วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561

มะแว้งเครือ



มะแว้งเครือ ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum trilobatum L. อยู่ในวงศ์ SOLANACEAE พบได้ทั่วไปตามที่รกร้างหรือตามชายทุ่ง ลำต้นเป็นต้นไม้เลื้อย มีหนามแหลม ลำต้นสีเขียว ใบเป็นใบเดืยวออกแบบเรียงสลับ ใบเป็นรูปไข่ ขอบใบเว้า มีหนามแหลมใต้ใบ ดอกออกเป็นช่อ ดอกสีม่วง ออกตามปลายกิ่งและตามซอกใบ ผลเป็นผลสด มีสีเขียวเมื่อแก่จะเปลื่ยนเป็นสีแดง
ชอบแสงแดดให้น้ำพอประมาณ
ประโยชน์ของมะแว้งเครือเป็นพืชสมุนไพรเช่น ผลสดใช้เป็นยาแก้ไอและขับเสมหะเป็นต้น





















วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

วิธีหลีกเลี่ยงโรคมะเร็ง




บล็อกนี้นำบทดี ๆ มาเล่าต่อกันอีกแล้วนะค่ะ บทความเรื่องวิธีหลีกเลี่ยงโรคมะเร็งค่ะ

วิธีหลีกเลี่ยงโรคมะเร็ง

จากผลการศึกษาทางระบาดวิทยาของโรคมะเร็งในหลายประเทศสรุปได้ว่าประมาณ 70 - 80 %  ของโรคมะเร็งในคนเกิดจากการได้รับสิ่งก่อมะเร็งปะปนอยู่ในสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งสารเคมีมีประชาชนต้องได้รับ และสัมผัสอยู่เป็นประจำ ทั้งในชีวิตความเป็นอยู่ทั่วไปและอาชีพการงานและในปัจจุบันนี้มีการสังเคราะห์สารเคมีขึ้นมาใช้กันอย่างมากมาย ทั้งในทางสาธารณสุข อุตสาหกรรมและเกษตรกรรมและสารเคมีเหล่านี้ก็จะปะปนอยู่ในเครื่องอุปโภค บริโภคต่าง ๆทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม และบางชนิดอาจจะทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ก็อาจจะมีสารก่อมะเร็งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและปะปนอยู่ในเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ จึงควรจะทราบว่าเครื่องบริโภคอุปโภคชนิดใดที่อาจจะมีสารก่อมะเร็งปะปนอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงจากการได้รับสารก่อมะเร็งบางชนิดซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ การหลีกเลี่ยงต่อการเกิดโรคได้ การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งจะแยกได้เป็น 2 ประการ คือ

 1. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้แก่

 - ลดหรืองดการสูบบุหรี่
 - ลดการดื่มสุราซึ่งมีผลต่อหลอดอาหารและตับ
 - ระมัดระวังในการใช้ยา เช่น ฟินาซิติน, คลอแรมเฟนิคอล, เมลฟาแลน, ไซโคลฟอสฟาไมด์
 - ไม่รับประทานอาหารที่ราขึ้นยกเว้นเนยแข็ง
 - ไม่ดื่มน้ำชากาแฟที่ร้อนจัดและการกินอาหารที่ร้อนจัด เพื่อลดการเป็นมะเร็งของหลอดอาหาร
 - ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เพื่อลดมะเร็งจากเต้านมหรือลำไส้ใหญ่
 - หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรมควัน หรือไหม้เกรียมเป็นประจำเพื่อไม่ก่อให้เกิดมะเร็งของกระเพาะอาหารและตับ
 - ลดการใช้ฮอร์โมนในสตรีวัยหมดประจำเดือนโดยไม่จำเป็น เพื่อลดการเป็นมะเร็งของเยื่อบุมดลูก

 2. การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม

 - หลีกเลี่ยงการใช้ยาฆ่าแมลงโดยไม่จำเป็น
 - หลีกเลี่ยงจากการถูกแสงแดดจัดเป็นเวลานาน ๆ
 - หลีกเลี่ยงการอยู่ในชุมชนแออัด

ข้อแนะนำที่ควรปฏิบัติ

 1. ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควรเลือกอาหารที่มีไวตามิน เอ ซี และอี สูง เช่นผักผลไม้และอาหารที่มีกากมากเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคมะเร็งของลำไส้
 2. ไม่ควรรับประทานอาหารมากเกินไปโดยเฉพาะไขมัน เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมได้
 3. ไม่ควรรับประทานอาหารรสเค็มจัด อาหารที่มีราขึ้น ( ยกเว้นเนยแข็ง ) เพราะอาจปนเปื้อนด้วยสารก่อมะเร็ง
 4. ไม่ควรรับประทานอาหารและยาชนิดเดียวกันซ้ำ ๆ ซาก ๆ
 5. ไม่ควรดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่มากเกินไป
 6. ไม่ควรดื่มน้ำชา กาแฟมากเกินไป และควรหลีกเลี่ยงการดื่มของร้อนจัด ๆ
 7. ควรออกกำลังกายและอยู่ในที่โล่งแจ้ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก
 8. ควรหลีกเลี่ยงควันพิษจากรถยนต์และโรงงานต่าง ๆ
 9. อย่าหักโหมทำงานหนักมากเกินไป เพราะว่าจะทำให้ร่างกายอ่อนแอและภูมิต้านทานโรคก็จะลดลง ทำให้ติดโรคได้ง่าย
 10. ควรอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอจะได้ชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย


นี้คือข้อแนะนำดี ๆ จาก สคบ.สาร ปีที่ 13 ฉบับ 133 มกราคม 2534 พิมพ์ต่อที่ หนังสือรายการกระจายเสียงวิทยุศึกษา หน้าที่ 31 - 33 เดือนกันยยน 2534 ขอบคุณค่ะที่ช่วยบอกต่อบทความดี ๆ ที่มีประโยชน์แก่พวกเรา ขอบคุณค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เสลา





 ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia loudoni Teijsm & Binn. อยู่ในวงศ์ Lythraceae ถิ่นกำเนิดในป่าทั่วไปของของไทย
เสลาเป็นต้นไม้ผลัดใบขนาดกลางสูง 10 - 20 เมตร เปลือกสีน้ำตาลเข้มมีรอยแตกเป็นทางยาวตลอดลำต้น เรือนยอดทรงกลมทึบ ใบดก กิ่งโน้นลงรอบๆทรงพุ่มใบเป็นใบเดี่ยว รูปใบหอกปลายใบแหลมเป็นติ่ง ดอกมีสีม่วง ม่วงอมชมพู หรือม่วงกับขาว ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ดอกเป็นรูปถ้วยมีกลีบแยก 6 กลีบ ดอกออกเดือน มีนาคมถึงเมษายน เป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามป่าเบญพรรณทั่วไป
 การขยายพุันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ดินที่ใช้ปลูกเป็นดินร่วนปนทราย ที่มีความชุ่มชื้น ต้นเสลาเป็นต้นไม้ที่ชอบแสงแดดมากจึงต้องปลูกไว้กลางแจ้ง
ประโยชน์ปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับสวยงามและเป็นไม้ใช้สอย





วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เส้นเลือดขอด


เส้นเลือดมีกี่ชนิด

เราอาจแบ่งเส้นเลือดได้เป็น 2 ชนิด ชนิดแรกคือเส้นเลือดแดง ( artery ) ทำหน้าที่นำเลือดออกจากหัวใจไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายหลังจากที่ได้รับการฟอกที่ปอดให้มีปริมาณอ๊อกซิเจนสูงแล้ว เลือดเคลื่อนไปตามเส้นเลือดแดง โดยอาศัยแรงบีบของหัวใจ
อีกชนิดหนึ่งคือ เส้นเลือดดำ ( vein ) วึ่งทำหน้าที่นำเลือดกลับไปสู่หัวใจ หลังจากที่ได้ปล่อยอ๊อกซิเจนให้แก่อวัยวะต่าง ของร่างกายแล้ว


เส้นเลือดขอดคืออะไร?

เส้นเลือดขอด ( varicose veins ) ได้แก่ เส้นเลือดดำ ที่โป่งขึ้นและเกิดการบิดเบี่ยงจนรูปร่างหงิกงอไป บางครั้งแลดูเหมือนตัวหนอน เส้นเลือดดำเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้ผิวหนังเมื่อเกิดการโป่งโตขึ้นจะแลดูออกสีน้ำเงินเข้ม เส้นเลือดขอดเกิดได้ทั้งในชายและหญิงและโดยมากจะเกิดที่บริเวณขา

อะไรเป็นสาเหตุของเส้นเลือดขอด กรรมพันธุ์มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเปล่า?

เส้นเลือดขอดเกิดได้จากหลายสาเหตุผสมผสานกัน ความอ่อนแอของโครงสร้างผนังเส้นเลือดดำและลิ้นภายในเส้นเลือดตลอดจนแรงดึงดูดของโลก เป็นสาเหตุที่ได้รับการอ้างอิงถึงบ่อยที่สุด

ความอ่อนแอของโครงสร้างผนังเส้นเลือดดำอาจจะได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ มีผู้รายงานว่าผู้ที่มีเส้นเลือดขอดจะมีบิดาหรือมารดาเป็นเส้นเลือดขอดถึงเกือบครึ่งต่อครึ่ง

เส้นเลือดดำในขาของคนปกติมีลิ้นซึ่งแยกเป็น 2 แฉก คล้ายถ้วยเล็ก ๆ อยู่ภายใน โดยปกติลิ้นพวกนี้จะอยู่ห่างกันประมาณ 2 นิ้ว และจะเปิดออกเวลาเลือดไหลไปสู่หัวใจ แต่จะเปิดไปในทิศทางเดียว ซึ่งหมายความว่าเลือดจะไหลกลับมาไม่ได้ ในผู้ที่มีเส้นเลือดขอด แฉกของลิ้นจะอยู่ห่างกัน เลือดที่ไหลขึ้นไปก็จะมีโอกาศไหลกลับลงมาได้ทำให้เส้นเลือดโป่งออก

อาชีพและประเภทของงานก็อาจมีส่วนในการทำให้เส้นเลือดขอดเป็นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ต้องยืนนาน ๆ เช่น หมอฟัน ช่างทำผม พนักงานบริการในร้านอาหาร ทั้งนี้ก็เพราะเวลายืน แรงดึงดูดของโลกจะดึงดูดเลือดที่อยู่ในเส้นเลือดให้ลงไปสู่จุดศูนย์กลางของโลกทำให้เลือดที่อยู่ต่ำสุดของร่างกายคือที่ขามีแรงดันมากที่สุด มากกว่าเลือดที่อยู่ส่วนบนของร่างกายจึงเกิดแรงดันผนังเส้นเลือดได้มากเมื่อไปเกิดร่วมกับความอ่อนแอ่ ของโครงสร้างผนังเส้นเลือด และความผิดปกติของลิ้นเส้นเลือดผลลัพธ์ก็คือเส้นเลือดโป่งออก


เส้นเลือดขอดเกี่ยวกับการตั้งครรภ์อย่างไร?

ในระหว่างการตั้งครรภ์มีปัจจัยหลายประการที่ส่งเสริมให้เกิดเส้นเลือดขอด ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นอาจมีส่วนทำให้ผนังเส้นเลือดดำหย่อนตัว ยังผลให้เกิดการโป่งออกได้ หากความดันในเส้นเลือดเพิ่มขึ้น ( เหมือนยางรัดเอวกางเกงนอนเวลาหย่อน ) การไหลเวียนของเลือดไปยังมดลูกที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมายในระหว่างตั้งครรภ์ และเนื่องจากเลือดจากมดลูกไหลกลับไปหัวใจโดยทางเส้นเลือดเดียวกับเลือดที่ไหลขึ้นมาจากขา ทำให้เลือดคั่งในเส้นเลือดเหล่านี้ ซึ่งมีผลก่อให้เกิดความดันในเส้นเลือดเพิ่มขึ้นนอกจากนี้ท้องที่เพิ่มขนาดและน้ำหนักในระหว่างตั้งครรภ์ก็มีส่วนเพิ่มความดันภายในเส้นเลือดทำให้เลือดไหลกลับช้าลง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนแต่ส่งเสริมให้เกิดเส้นเลือดขอด

โดยปกติผู้ที่มีเส้นเลือดขอดจะมีความดันของเลือดภายในเส้นเลือดดำสูงอยู่แล้ว ในระหว่างการตั้งครรภ์ ความดันดังกล่าวจะสูงขึ้นไปอีก ทำให้โอกาสที่จะมีอาการของเส้นเลือดขอดเพิ่มขึ้น

อาการสำคัญของการมีเส้นเลือดขอดคืออะไร ?

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มาปรึกษาแพทย์เรื่องเส้นเลือดขอดมักจะมาเนื่องจากความไม่น่าดูของขาจากการที่มีเส้นเลือดโป่ง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ แต่ในบางรายอาจมีความรู้สึกปวดขาและรู้สึกหนักขาเวลายืนนาน ๆ อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นเวลายกขาสูง น้อยรายอาจมีความรู้สึกแน่นในขาและปวดเหมือนขาจะระเบิด อาการปวดแสบ ๆ พร้อมกับคันที่ผิวหนังตรงที่มีเส้นขอดก็เกิดได้เหมือนกัน ผู้ป่วยบางคนมีโรคผิวหนังตรงตำแหน่งที่ขอดด้วย อาการส่วนใหญ่จะเป็นที่ขาส่วนใต้เข่าลงไปและผู้ป่วยที่มีครรภ์อาจจะมีอาการปวดมากกว่าผู้ป่วยอื่น อาการขาบวมพบได้ไม่บ่อยนักในผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดขอดที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยที่มีโรคของเส้นเลือดแดงอุดตันเส้นประสาทขาถูกกดหรือโรคของไขข้ออักเสบอาจจะมาปรึกษาแพทย์โดยคิดว่าอาการปวดขาจะเนื่องมาจากโรคของเส้นเลือดขอดการซักประวัติและการตรวจร่างกายที่ละเอียดจะช่วยแยกโรคดังกล่าว

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากเส้นเลือดขอดมีอะไรบ้าง?

เลือดในเส้นเลือดขอดอาจแข็งตัว ทำให้เกิดการอุดตันขึ้นในเส้นเลือด ผลที่ตามมาคือ ผนังเส้นเลือดและเนื้อเยื่อรอบ ๆ เส้นเลือดอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดผิวหนังตรงจุดที่เส้นเลือดเกิดการอุดตันจะแดง บวม และร้อน และผู้ป่วยมักจะมีไข้ ในบางรายการกระแทกเพียงเบา ๆ อาจทำให้เส้นเลือดขอดแตกเกิดการเสียเลือดได้ ในกรณีดังกล่าว การใช้นิ้วมือกดเบา ๆ ที่จุดเลือดออกชั่วระยะเวลาหนึ่งอาจทำให้เลือดหยุดได้ ผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดขอดนาน ๆ อาจมาหาแพทย์ด้วยเรื่อง แผลเรื้อรัง ส่วนมากมักจะเป็นบริเวณขาส่วนล่างใกล้ตาตุ่มแผลจะเป็นแอ่ง มีเนื้อเยื่อสกปรกคลุม ผิวหนังรอบ ๆ แผลจะหนาบวม มีน้ำเหลืองซึมและมีสีคล่ำเนื่องจากมีสารเหล็กไปสะสมแผลชนิดนี้จะเป็นเป็น ๆ หาย ๆ จนกว่าจะรักษาเส้นเลือดขอดอย่างถูกต้อง หากทิ้งไว้โดยไม่รักษาขาส่วนนั้นจะลีบลงเนื่องจากสูญเสียเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไป

เส้นเลือดขอดจะหายไปเองได้ไหม?

เส้นเลือดขอดอาจจะเป็นแบบถาวรหรือชั่วคราว หญิงตั้งครรภ์บางคนมีเส้นเลือดดำที่ปกติ แต่เนื่องจากภาวะตั้งครรภ์ทำให้เกิดการดึงและโป่งออกของเส้นเลือดลิ้นเส้นเลือดไม่สามารถนำมาจดกันตรงกลางเส้นเลือดดังที่ได้อธิบายมาแล้ว ในกรณีเช่นนี้เส้นเลือดขอดอาจจะดีขึ้นหรือหายไปได้หลังคลอด เมื่อสภาวะที่ทำให้เกิดการดึงรั้งหมดไป แต่หากสภาวะเช่นนี้เกิดนานพอสมควรหรือในกรณีที่พัฒนาการของลิ้นภายในเส้นเลือดไม่ดีมาแต่กำเนิดโอกาสที่จะเป็นเส้นเลือดขอดแบบถาวรก็มีมาก

ถ้ามีเส้นเลือดขอด " คุณ" จะดูแลตัวเองได้อย่างไร?

โดยทั่วไปการยกขาสูงบ่อย ๆ ( โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานั่ง ) ทำให้ความดันภายในเส้นเลือดลดลง การออกกำลังก็มีส่วนช่วยการไหลเวียนของเลือด เพราะการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อขาช่วยดันให้เลือดไหลกลับไปหัวใจได้ดียิ่งขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการสวมสเตย์เพราะทำให้เลือดไหลเวียนกลับไม่ดี ถ้ามีโอกาสควรนอนยกขาขึ้นบ้างเป็นครั้งคราวในเวลากลางวัน การสวมถุงเท้าที่ทำพิเศษจะช่วยให้สบายขึ้น ถ้ายังมีปัญหาหรือมีภาวะแทรกซ้อนก็ควรปรึกษาหมอ

" หมอ " รักษาเส้นเลือดขอดกันอย่างไร

เส้นเลือดขอดที่เป็นน้อย อาจใช้วิธีการรักษาง่าย ๆ ดังกล่าวมาแล้ว แต่ถ้าเป็นมากหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เกิดการอักเสบ อุดตัน แตกมีเลือดออกหรือเกิดเป็นแผลเรื้อรังก็ควรให้หมอรักษา การรักษาที่ได้ผล คือการผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดออกหลักการก็คือ การเอาเส้นเลือดที่ผิดปกติ ที่มีความอ่อนแอของผนังหรือของลิ้นเส้นเลือดออกโดยปล่อยให้เลือดไหลกลับไปหัวใจทางเส้นเลือดที่แข็งแรงซึ่งอยู่ลึกกว่า วิธีการนี้อาจทำได้โดยการเปิดแผลเพียงไม่กี่แห่ง ทำให้มีแผลเป็นน้อย อีกวิธีหนึ่งคือการฉีดสารเคมีบางอย่างเข้าไปในเส้นเลือดขอดเพื่อทำให้เส้นเลือดดังกล่าวแฟบไป หมออาจใช้วิธีการนี้ร่วมกับการผ่าตัดหรือรักษาโดยวิธีนี้เพียงวิธีเดียว ปัญหาของการฉีดสารเคมีคือ หลังฉีดแล้วต้องพันผ้าไว้เป็นเวลานานหลายสัปดาห์เพื่อให้ได้ผลดี ซึ่งในสภาพอาการร้อนแบบเมืองไทยนี้อาจจะเป็นการยาก และบางครั้งต้องฉีดหลายครั้งจึงจะได้ผล นอกจากนี้หากพันผ้าไว้ไม่นานพอ โอกาสที่จะเกิดเป็นใหม่ก็มีมาก เพราะฉะนั้นหมอส่วนใหญ่จึงมักใช้วิธีการรักษานี้ในกรณีที่เส้นเลือดขอดมีน้อยและลิ้นเส้นเลือดไม่ผิดปกติ


ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากหนังสือรายการกระจายเสียงของสถานีวิทยุศึกษา เรื่อง เส้นเลือดขอด ของน. พ. ประเสริฐ ไตรรัตน์วรกุล  หนังสือรายการกระจายเสียง เดือน เมษายน 2533 หน้า18 - 23





วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2561

ละมุด ( Sapodilla )


ละมุด ชื่อวิทยาศาสตร์  Manilkara zapota ( L ) P. Royen วงศ์ SAPOTACEAE ละมุดมีถิ่นกำเนิดจาก อเมริกากลาง เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ลำต้นสีน้ำตาลอ่อนถึงเทา ใบเป็นใบเดี่ยว รูปใบหอกปลายใบแหลมผิวใบมัน ออกแบบเรียงสลับตามปลายกิ่ง ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามปลายกิ่ง ผลออกเป็นผลสด
การขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด และการตอนกิ่ง ปลูกในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดีชอบแสงแดดเต็มวันการให้น้ำสม่ำเสมอ
ประโยชน์ ปลูกเพื่อการค้า หรือปลูกไว้เป็นไม้ผลภายในบ้านได้








วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2561

ปฏิบัติงานให้มีความสุข ไม่เครียด



บทความจาก สคบ. สาร นำมาเล่าต่อให้เพื่อน ๆ ฟังอาจจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่เคร่งเครียดเรื่องการทำงาน อาจจะช่วยได้และทำให้การทำงานมีความสุขมากขึ้น บทความมีดังนี้

ปฏิบัติงานให้มีความสุข... ไม่เครียด

 มนุษย์เกิดมาต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมเพื่อความอยู่รอดเพื่อความก้าวหน้าในชีวิตการงานและความสุขของครอบครัวปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้มนุษย์เกิดความเครียด ซึ่งเกิดจากการใช้สมองขบคิดแก้ปัญหาต่าง ๆที่เกิดขึ้นตลอดเวลา จึงขอแนะนำวิธีการปฎิบัติงานให้มีความสุขดังนี้

1. มีความพอใจกับงานที่ทำ แม้จะเป็นงานที่ไม่ชอบก็ต้องพยายามสร้างความชอบ ความสนใจในงานที่ทำ มองจุดเด่นของงานที่ต้องใช้ความสามารถสร้างความภูมิใจให้กับงานของตน

2. เตรียมพร้อมที่จะรับงานในวันรุ่งขึ้นด้วยการตื่นนอนแต่เช้าด้วยจิตใจที่แจ่มใส เบิกบาน ตัดความคิดฟุ้งซ่าน ความวิตกกังวลให้สิ้นไป

3. ทำงานให้เต็มความสามารถ รวดเร็ว เรียบร้อย และถูกต้องและควรถือว่าทุกคนย่อมมีความผิดพลาดได้ อย่าโทษคนอื่นหรือโทษตนเองจนเกิดความเครียดวิตกกังวล

4. คิดเสียว่า การทำงานย่อมต้องมีการกระทบกระทั่งกันเป็นของธรรมดาให้อภัยกันได้ ไม่ควรเก็บความเครียดแค้นไว้ในใจ อย่ามองคนในแง่ร้าย หวาดระแวงจะไม่มีความสุขในชีวิตการทำงานและการดำรงชีวิตในสังคม

5. ให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา อย่าถือตัวเองเป็นใหญ่ไม่ใช้อารมณ์ต่อเพื่อนร่วมงานไม่ว่าจะเป็นต่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใต้บังคับบัญชา

6. งดเว้นการพูดนินทาตั้งกลุ่มวิจารณ์บุคคลอื่น ๆ

7. เมื่อกลับบ้านอย่าคิดกลุ้มใจเกี่ยวกับงานที่ทำผ่านมาแล้วขณะเดียวกันเมื่อทำงานควรทิ้งเรื่องต่าง ๆ ที่บ้านไว้เสียจะได้ทำงานด้วยความปลอดโปร่งใจและมีสมาธิ

   อย่างไรก็ตามแม้จะรู้ถึงชีวิตการปฎิบัติงานอย่างมีความสุขแล้วก็ตาม อาจเกิดความเครียดขึ้นได้ ซึ่งเราจะสังเกตได้จากลักษณะอารมณ์และพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากความเคยชิน เช่น กลายเป็นคนนอนน้อย หลับยาก ตื่นง่าย ทำงานมากขึ้น ไม่ค่อยเหน็ดเหนื่อยไม่ค่อยพูดจากับใครกินน้อยไม่ค่อยหิวหรือบางคนกลับกินมากขึ้นอาจนั่งคล้ายเหม่อลอยไม่ต้องการให้ใครรบกวน วิธีแก้ไขหรือผ่อนคลายเครียดทำได้หลายวิธีดังนี้

1. หยุดคิดสักนิดว่าตนเองกำลังมีความเครียด เพื่อจะได้รู้สึกตัวพยายามทางให้ความเครียดค่อย ๆ ผ่อนคลายลง

2. รู้จักควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในระดับปกติ หาทางระบายความวิตกกังวลใจด้วยการออกกำลังกาย หรือทำงานอย่างอื่นที่ใช้กำลังเพื่อลดความกลุ้มใจ

3. ควรพักผ่อนทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยการไปพักผ่อนตากอากาศหาความสนุกสนานเพลิดเพลินเป็นการชั่วคราว เพื่อช่วยให้จิตใจแจ่มใสสมองปลอดโปร่ง

4. หาคนที่ไว้ใจได้ปรับทุกข์ เพื่อระบายความอึดอัดใจแต่ต้องเป็นคนที่รู้จักรับฟังไม่ขัดคอและเป็นเพื่อนแท้

5. ถ้าหาทางออกด้วยตนเองไม่ได้ ควรไปหาผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงเริ่มตั้งแต่ผู้อาวุโสในครอบครัว ในที่ทำงาน ครู พระสงฆ์ผู้ที่เป็นที่เคารพนับถือของครอบครัว นักจิตวิทยา จิตแพทย์

6. เปลี่ยนแนวทางการดำเนินชีวิตใหม่ เช่น หางานขายของเป็นการเพิ่มรายได้พิเศษและได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น

7. การฝึกสมาธิสามารถทำให้จิตสงบได้ โดยเลือกวัดที่มีสถานที่เงียบสงบ มีพระภิกษุหรืออาจารย์ที่สามารถสอนการฝึกสมาธิได้และเริ่มต้นรักษาศีลให้ทานและฝึกสมาธิเพื่อทำให้จิตใจลดความกระวนกระวายและความทุกข์ลดลงได้
จากข้อแนะนำดังกล่าวจะช่วยให้ผู้อ่านสามารถคลายเครียดลงได้และทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้นอย่างแน่นอน
เรียบเรียงจาก " วิธีปฏิบัติงานให้มีความสุข " กองแผนงานสุขภาพจิต กรมการแพทย์ คอลัมน์ ชีวิตและสุขภาพ ของ น. พ. สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ข้อมูลจากหนังสือรายการกระจายเสียง วิทยุศึกษา เดือน พฤศจิกายน 2536 หน้า 44 -46

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุก ๆคน ขอบคุณค่ะ





วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ปลูกผักสวนครัวกันเถอะ ( ตอน กระชาย Fingerroot )




บล็อกนี้เรากลับมาปลูกพืชผักสวนครัวกันค่ะ  หลังจากห่างหายกันไปนานเพราะน้ำท่วมบ้านอยู่ - -*

กระชาย ชื่อวิทยาศาสตร์ Boesenbergia rotunda ( L ) Manst. วงศ์ Zingberaceae  กระชายเป็นไม้ล้มลุกไม่มีลำต้นบนดิน มีเหง้าใต้ดินแตกรากออกเป็นกระจุกจำนวนมาก รากมีลักษณะ อวบน้ำตรงกลางพองกว้างกว่าส่วนหัวและท้าย
ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับเป็นระนาบเดียวกัน ใบเป็นรูปไข่ กว้าง 4 - 10 เซนติเมตร ยาว 13 - 15 เซนติเมตร ตรงกลางใบด้านในของก้านใบมีร่องลึก

ดอกออกเป็นช่อ ออกแทรกอยู่ระหว่างกาบใบที่โคนต้นมีกลีบสีขาวหรือสีชมพูอ่อน มีใบประดับรูปใบหอกสีม่วงแดง ดอกย่อยบานครั้งละ 1 ดอก
การขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ หรือใช้หัวพันธุ์ปลูก ดินที่ใช้ปลูกเป็นดินร่วนที่มีความชุ่มชื้น ชอบแสงแดดปานกลาง ให้น้ำสม่ำเสมอ
ประโยชน์ของกระชายใช้เป็นเครื่องแกง เช่นพริกแกง ช่วยในการดับกลิ่นคาวปลา ใช้เป็นยาสมุนไพรเช่น ใช้เหง้าแก้โรคปากเปื่อยหรือมีแผลในปาก เป็นต้น




วันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561

เคล็ดลับชีวิตที่ยืนยาวและเป็นสุข



สวัสดีค่ะ ปีใหม่นี้ขอให้เพื่อน ๆ มีแต่ความสุขนะคะ ในบล็อกนี้ขอนำเคล็ดลับดี ๆ มาเล่าต่อให้ฟังกันค่ะ

เคล็ดลับชีวิตที่ยืนยาวและเป็นสุข

  ชีวิตของคนเรานั้นสั้นนักมีอายุขัยโดยเฉลี่ยราว 60 -65 ปีเมื่อพิจารณาดูจะรู้สึกว่าวันเวลาที่ผ่านไปมันช่างรวดเร็วเหมือนติดปีกบิน 60 ปี สำหรับชีวิตหนึ่ง ๆ จึงไม่นับว่าเป็นชีวิตที่ยืนยาวบุคคลที่จะเรียกได้ว่ามีอายุยืนนั้น ควรจะมีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป

มีคนบางชาติที่มีอายุยืนยาวเกินกว่า 100 ปี เป็นจำนวนมากเช่น ญี่ปุ่น รัสเซีย อินเดีย เป็นต้น ซึ่งจะสังเกตว่าคนพวกนี้จะอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ในป่าเขา และเป็นพวกมังสวิรัติ มักรับประทานอาหารที่มีกากและเยื่อมาก จำพวกพืช ถั่ว ผลไม้

ที่ว่า " เคล็ดลับของชีวิตที่ยืนยาว " นั้น ความจริงก็เป็นเรื่องที่เรา ๆ ท่าน ๆ รู้ ๆ กันอยู่แล้วนั้นเอง แต่บางครั้งอาจเผลอไผลลืมเลือนกันไป เพราะธุรกิจหน้าที่การงานมันรัดตัว เราลองมาทบทวนความรู้เดิมกันดีกว่า เคล็ดลับชีวิตที่ยืนยาวหรือสูตรชลอความแก่ 6 อ. มีดังนี้

1. อารมณ์

อารมณ์ การมีอารมณ์ดี แจ่มใส ร่าเริง เบิกบานอยู่เป็นนิตย์สะท้อนถึงจิตใจที่เป็นสุข การสร้างจิตใจให้เป็นสุขสามารถกระทำได้หลายวิธี ด้วยการมองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ทำความดี เช่น การทำบุญ ทำทาน การบริจาคทรัพย์สร้างสาธารณะกุศล หรือ มูลนิธิต่าง ๆ ที่ช่วยเหลือสังคมสิ่งเหล่านี้เป็นหนทางนำไปสู่ความปีติสุข

จิตใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ จิตที่มีสมรรถภาพสูง มีสมาธิ มีความสุขมาก จะต้องเป็นจิตที่ได้รับการบริหารฝึกมาอย่างดีแล้ว

คนเรานั้นถ้ามีสุขภาพจิตดี สุขภาพร่างกายก็จะดีไปด้วยแล้วเราจะไม่แก่เร็ว แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากมีแต่ความเครียด โกรธง่าย เครียดง่าย วิตกกังวล ก็จะทำให้แก่เร็ว ดังนั้นถ้าเราสามารถควบคุมอารมณ์ได้ จิตก็จะสงบและเป็นสุข

ใจและกายนั้นมีความสัมพันธ์ต่อกัน ดังคำกลอนที่ว่า

จิตสบายกายเป็นสุข
จิตเป็นทุกข์กายอ่อนเปลี้ย
จิตสลายกายก็เพลีย
จิตละเหี่ยกายมลาย

2. อนามัยของร่างกาย

ต้องหมั่นรักษาร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ขับถ่ายให้เป็นเวลาไม่ควรให้ท้องผูก รับประทานผัก ผลไม้ และดื่มน้ำมาก ๆ เป็นประจำน้ำมีประโยชน์ มากเพราะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงร่างกายให้ชุ่มชื่น และช่วยระบบขับถ่ายในลำไส้ให้ไหลเวียนได้ดีกว่าที่ควร การฝึกให้ร่างกายได้รับน้ำมาก ๆ ตอนเช้าหรือก่อนนอนเป็นการประเทืองสุขภาพได้ดีทีเดียว

3. การออกกำลัง

หรือบริหารร่างกาย สามารถทำได้ง่าย ๆ เช่น การวิ่งหรือการเดินออกกำลังกาย กระโดดเชือก ว่ายน้ำ เป็นต้น การได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรืออย่างน้อย 4 วันต่อ 1 สัปดาห์ จะทำให้สมรรถภาพทางกายด้านต่าง ๆ สูงขึ้นทำงานได้มากขึ้น ความเหนื่อยมีน้อยแรงกล้ามเนื้อมีมากขึ้นมีความอดทนมากขึ้น ป้องกันโรคที่เกิดจากความเสื่อม เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบโรคความดันโลหิตสูง โรคข้อเสื่อมต่าง ๆ การออกกำลังจึงถือได้ว่าเป็นการชลอความชรา ทำให้ยืดอายุให้ยืนยาวออกไปได้

 นอกจากนี้ การออกกำลังมีผลโดยตรงต่อจิตใจในการลดความเคร่งเครียด การออกกำลังเป็นประจำอาจช่วยแก้ไขสภาพผิดปกติทางจิตใจบางอย่างได้ด้วย

4. อาหาร
 อาหาร รับประทานอาหารดีมีประโยชน์ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารราคาแพง และควรควบคุมน้ำหนักให้สมส่วน

 การรับประทานอาหารบางชนิดมากเกินไปก็อาจมีผลเสียเช่นกัน เช่น อาหารหวานมันจะทำให้เพิ่มไขมันในเส้นเลือด ความดันโลหิตสูงขึ้น

5. อากาศ
อากาศ การอยู่ในที่มีอากาศบริสุทธิ์ ถ่ายเทได้สะดวกยิ่งสภาพบรรยากาศที่ร่มรื่นด้วยธรรมชาติของต้นไม้ใบหญ้า จะทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่ามีชวิตชีวา จึงควรพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับมลภาวะที่เป็นพิษ เพราะมีแต่จะทำลายร่างกายให้ทรุดโทรม

6. อุณหภูมิ
อุณภูมิ ควรระแวดระวังให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ ถ้าร้อนจัด หนาวจัด จะทำให้ป่วยง่าย

วิธี 6 อ. ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเคล็ดลับที่ไม่ลับแต่ทว่าที่ผ่าน ๆ มาเราอาจจะทำเพื่อคนอื่น เพื่อลูก เพื่อสามีที่เรารัก ห่วงใยกังวลว่าลูกจะทานอาหารไม่อิ่มบ้าง นอนไม่อิ่มบ้างจิปาถะ ต่อไปนี้คงต้องหันมาเอาใจใส่ตัวเองด้วย

มีการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ คือ ดร. เย็นใจ เลาหวณิชแห่งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ซึ่งสนับสนุนและยืนยันถึงปัจจัยที่ส่งเสริมให้บุคคลมีอายุยืนอย่างน่าเชื่อถือได้รายงานไว้ในหนังสือวิทยาศาสตร์ประจำเดือนกันยายน - ตุลาคม 2533 ว่าวิทยาศาสตร์พิสูจน์กฎแห่งกรรมในร่างกายคนได้ คือการทำความดีความชั่ว จะมีผลต่อร่างกายโดยตรง และเห็นผลได้ในปัจจุบันเช่น ผู้ที่ชอบช่วยเหลือผู่อื่นจะมีอายุยืน ผู้ละเว้นจากการเบียดเบียนสัตว์ด้วยการบริโภคอาหารพืช จะปลอดภัยจากโรคร้ายต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งผู้ที่เจริญสมาธิภาวนาเป็นประจำมีภูมิคุ้มกันโรคสูง สุขภาพดี แก่ช้า

ผู้ที่อยู่โดดเดี่ยวไม่ชอบคบหาสมาคมกับใครจะมีอายุสั้นและผู้ที่มีอารมณ์หงุดหงิดง่ายเคร่งเครียดเป็นประจำ มองคนในแง่ร้าย คิดร้ายต่อผู้อื่นจะมีภูมิคุ้มกันโรคต่ำ สุขภาพไม่ดี จะมีอายุสั้น
 ตัวการที่ทำให้คนอายุสั้นคือความเครียด ส่วนตัวการที่ทำให้อายุยืนก็คือความอิ่มเอิบหรือความชื่นบานใจ ในทางการแพทย์ทราบว่า เมื่อคนมีความเครียด ต่อมหมวกไตจะปล่อยของเหลวออกมา 2 ชนิด ชนิดแรกเรียกว่า แอดรีนารีน มีผลทำให้หัวใจเต้นเร็วและแรง หัวใจต้องทำงานหนัก จึงเร่งให้เกิดการเผาผลาญพลังงานในร่างกายทำให้เกิดอาการใจสั่น ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นที่มาของโรคหัวใจ ชนิดที่สองเรียกว่า สเตอรอยด์ มีผลทำให้กระเพาะอาหารปล่อยกรดในกระเพาะอาหารออกมามาก กัดกระเพาะจนเป็นแผลกลายเป็นโรคกระเพาะอาหารถ้าไม่รักษาร่างกายจะอ่อนแอ่ลงติดโรคได้ง่าย

 ส่วนสารที่ทำให้คนอายุยืนคือ สารเอนเดอร์ฟิน สารนี้จะหลั่งออกมาจากท่อใต้สมองสู่กระแสเลือด จะมีผลทำให้ร่างกายสดชื่น สบาย คลายเครียด จะเกิดขึ้นเมื่อมีการออกกำลังกาย ทำสมาธิ


 คนที่มีความปีติยินดีที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น มีจิตใจอิ่มเอิบในกุศลความดีที่สร้างสมไว้มีความชื่นชมยินดีในความดีของผู้อื่น ตลอดจนรู้จักทำจิตให้สงบเป็นสมาธิอยู่เป็นนิตย์และขยันออกกำลังกาย ร่างกายของผู้นั้นจะให้รางวัลเจ้าของด้วยการทำให้เกิดความสบาย คลายความเครียด ตลอดจนเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกาย เป็นผลให้สุภาพดี อายุยืน ไม่แก่เร็วได้

หนทางที่จะนำเราไปสู่ชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข ไม่ใช่สิ่งลำบากยากเย็น ถ้าหากคุณจะมอบสิ่งที่ดีให้แก่ชีวิต ให้คุณภาพแก่ชีวิตในทางนามธรรม มิใช่สวยงามอย่างรูปธรรม คืออร่ามเหลืองเป็นตู้ทองเคลื่อนที่ ถึงจะไม่รวยก็มีชีวิตยืนยาวและมีความสุขได้

บทความของ อุษา จารุสวัสดิ์ จากหนังสือรายการกระจายเสียง วิทยุศึกษา เดือน เมษายน 2534 หน้า 16 - 20