Place, People, Photo, something, somewhere, sometime, some picture เก็บภาพและเรื่องราวของวันวาน สถานที่ ผู้คน เรื่องราว เก็บไว้ในความทรงจำ และคิดถึงกันตลอดไป และอีกอย่างหนึ่งฝากสติ๊กเกอร์ไลน์ของบล็อกกันด้วยนะคะ ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ *ภาพการ์ตูนและตัวการ์ตูนในบล็อกนี้ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในธุรกิจหรือเกี่ยวกับการพาณิชย์และกิจการโฆษณาใด ๆทั้งสิ้น นอกจากได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก P. Strawberry เท่านั้น
วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ว่านนกคุ้ม
บล็อกนี้มาชวนเพื่อน ๆ ปลูกว่านนกคุ้มกัน ได้ว่านต้นนี้มาอย่างบังเอิญ ญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งกำลังจะย้ายบ้านจึงไม่สามารถนำต้นไม้ไปปลูกด้วยได้ จึงยกว่านต้นนี้และต้นไม้อื่น ๆอีกหลายอย่างชนิดให้มา ว่านต้นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ใบมีลายใบที่สวยมาก และดอกที่น่ารักสีชมพูลองหามาปลูกกันนะค่ะ
ว่านนกคุ้ม ชื่อวิทยาศาสตร์ Eurycle amboinensis ( Loud ) วงศ์ Amaryllidacea
ว่านนกคุ้มเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีหัวใต้ดินที่เรียกว่าเหง้า แบบกระชายใช้สะสมอาหารไว้ใต้ดิน
ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงซ้อนสลับเป็นวงกลม ใบกลมปลายใบแหลมเล็กน้อยใบมีลายที่สวยงาม ( ดังภาพ )
ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีชมพู ดอกออกปีละครั้ง
การขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อหรือเหง้า ปลูกในดินร่วนปนทราย รดน้ำพอชุ่มชอบแสงแดดร่ำไร จะมีการพักต้นในช่วงหน้าแล้งไม่ต้องรดน้ำปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นในกระถาง เมื่อถึงฤดูฝนได้รับน้ำฝนต้นก็จะงอกมาใหม่ทั้งดอกและใบอย่างสวยงาม เป็นต้นไม้ที่น่ารักอีกต้นที่มาชวนให้ปลูกกันนะค่ะ
วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
โรคตับอักเสบ
โรคตับอักเสบ
ตับเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายตำแหน่งของตับอยู่ติดกับกระบังลมในช่องท้อง ใต้ชายโครงด้านขวา
หน้าที่ของตับ
ตับมีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง จะเห็นได้ว่าอาหารที่เรากินเข้าไปจะถูกย่อยและดูดซึมที่ผนังลำไส้ ลำเลียงผ่านไปตามเส้นเลือดดำเข้าสู่ตับ แล้วส่งไปเลี้ยงตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย บางส่วนจะถูกเก็บไว้ในตับ บางส่วนจะเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงาน ทำให้ร่างกายมีกำลัง นอกจากนี้ตับยังมีหน้าสร้างเม็ดเลือดในเด็ก ทำลายเม็ดเลือดในวัยเติบโต สร้างน้ำดีและยังมีหน้าที่เปลี่ยนสารพิษ รวมทั้งนาต่าง ๆ ที่กินเข้าไปให้เป็นสารไม่มีพิษ แล้วขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ตับช่วยสร้างสารที่ช่วยให้เลือดหยุดง่ายขณะที่มีบาดแผล ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายต่อสู้และป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย
โรคตับอักเสบ ( ดีซ่าน ) เป็นโรคที่พบบ่อย เกิดจากสาเหตุต่าง ๆ กัน
1. จากเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสเอ, บี, ไม่ใช่เอ - ไม่ใช่บี, เริม, งูสวัด, คางทูม, หัดเยอรมัน ฯลฯ
2. จากการดื่มเหล้า
3. จากสารเป็นพิษและยาบางชนิด
4. จากโรคติดเชื้อ เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา ตลอดจนพยาธิต่าง ๆ
ตับอักเสบจากเชื้อไวรัส ไวรัสที่ทำให้ตับอักเสบมีหลายชนิด เช่นไวรัสที่ทำให้เกิดเริม งูสวัด คางทูม หัดเยอรมัน แต่ที่พบบ่อยและเป็นปัญหาทางสาธารณสุขในบ้านเราคือ ไวรัสเอ, บี และนันเอ-บี
การติดต่อ เชื้อโรคจะอยู่ในอุจจาระหรือมีเชื้อไวรัสอยู่ เช่น อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ อาหารทะเล ผักสดที่ไม่ได้ล้างให้สะอาด น้ำและน้ำแข็งที่ไม่สะอาด เป็นต้น
กลุ่มคนที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสเอสูงคือ ผู้ที่อยู่ในสถานที่แออัด การสุขาภิบาลไม่ดี เช่น สถานเลี้ยงเด็ก กองทหาร เป็นต้น
ไวรัสตับอักเสบชนิดบี
เป็นสาเหตุสำคัญของโรคตับและเป็นสาเหตุของมะเร็งเซลล์ตับผู้ที่เป็นจะมีเชื้อหลบอยู่ในร่างกายและเป็นสาเหตุของตับอักเสบเรื้อรังได้
การติดต่อ ส่วนใหญ่เกิดจากมารดาที่มีเชื้อไวรัสขณะตั้งครรภ์และเชื้อไวรัสนี้ติดต่อไปยังทารกในขณะคลอด ( ทารกที่เกิดจากมารดาที่มีเชื้อไวรัสบี จะกลายเป็นโรคตับอักเสบและเป็นพาหะเรื้อรังได้ ) หรืออาจเกิดจากการได้รับเลือดการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อไวรัสบี โดยเฉพาะพวกรักร่วมเพศ นอกจากนี้อาจเกิดจากเข็มที่มีเชื้อติดอยู่ การฝังเข็มด้วยเข็มที่ไม่สะอาด การสักตามตัว การใช้แปรงสีฟันและการใช้มีดโกนร่วมกับผู้ที่มีเชื้อโรค
หญิงตั้งครรภ์ที่เจาะเลือดพบไวรัสบี ควรมาพบแพทย์ตามนัดหลังหลอดแพทย์จะฉีดภูมิคุ้มกันโรคให้ทารก ซึ่งต้องฉีดเป็นระยะ ๆ เมื่ออายุแรกเกิด 1 เดือน, 6 เดือน หรืออาจฉีดเมื่ออายุแรกเกิด 1 เดือน, 2 เดือน และ 12 เดือนก็ได้ แล้วแต่ชนิดของวัคซีน ควรฉีดยาตามแพทย์นัดให้ครบ เพื่อให้ทารกสร้างภูมิคุ้มกันได้พอเพียง การป้องกันจึงจะได้ผลดี หลังคลอดมารดาสามารถให้นมบุตรได้
ตับอักเสบที่เกิดจากไวรัส นันเอ-บี ส่วนใหญ่ติดต่อทางเลือดและผลิตผลจากเลือดที่มีเชื้อนี้อยู่
การแพร่เชื้อ เชื้อโรคอาจอยู่ในน้ำลาย เลือด น้ำอสุจิ อุจจาระ บางตัวอาจทำให้เด็กทารกพิการ เช่น หูหนวก สมองเสื่อมได้
การติดต่อ จากการรับประทานอาหารที่มีเชื้อโรค การได้รับเลือด การสัมผัสใกล้ชิด การร่มเพศ และหญิงตั้งครรภ์ที่ถ่ายทอดมายังทารกขณะคลอด
อาการ โรคตับอักเสบไม่ว่าจะเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดใด จะมีอาการคล้ายคลืงกัน บางคนได้รับเชื้อโรคแล้วจะไม่มีอาการอะไรเลยแต่บางคนจะมีอาการหลังได้รับเชื้อ ( ถ้าเป็นเชื้อไวรัสเอ 15 - 40 วัน และ 50 - 80 วัน ถ้าเป็นเชื้อไวรัสบี ) อาการที่พบ คือ จะมีอาการคล้ายหวัด เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดข้อ มีไข้ต่ำ ๆ อยู่ 2 - 3 วัน แล้วหายเองโดยไม่มีอาการ ตัวเหลือง ตาเหลืองให้เห็น ผู้ป่วยในกลุ่มนี้มักจะพบว่าเป็นตับอักเสบโดยบังเอิญ จากการตรวจร่างกายทั่วไป
ผู้ป่วยบางรายไข้เริ่มลดลง จะมีตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้มเหมือนขมิ้น ก่อนระยะเหลืองจะมีเชื้อไวรัสเอ ออกมากับอุจจาระจำนวนมาก ส่วนไวรัสบีและนันเอ- บี จะมีอยู่ในกระแสเลือด สารคัดหลั่งต่าง ๆ ซึ่งสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ บางรายอาการเหลืองไม่หายแต่กลับเหลืองมากขึ้น อุจจาระสีซีด คันตามตัว เพลียมากขึ้น ปวดท้องผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเป็นจำนวนมาก อาจมีอาการรุนแรง มีท้องและขาบวม พูดเลอะเลือน เพ้อ ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องใช้เวลาในการรักษานานเป็นเดือนกว่าจะหายเป็นปกติ หรือบางรายตับอักเสบชนิดรุนแรงจนตับล้มเหลวทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ แต่โชคดีที่ผู้ป่วยโรคตับอักเสบส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง มีเพียงจำนวนน้อยที่มีอาการรุนแรง
ผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบเกิน 6 เดือน ที่ยังมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหารอาจมีหรือไม่มีตาเหลืองก็ได้ เรียกว่าผู้ป่วยโรคตับอักเสบเรื้อรังสามารถทำให้เกิดโรคตับแข็งในระยะหลาย ๆ ปีต่อมาได้ และมีโอกาสเป็นมะเร็งของเซลล์ตับได้มากกว่าคนปกติ
การดูแล
เมื่อมีอาการดังกล่าวควรมาพบแพทย์ แต่ระยะเริ่มแรกเพื่อการวินิจฉัยโรค เมื่อแพทย์ตรวจพบว่าเป็นโรคตับอักเสบจากไวรัสนั้น ในปัจจุบันยังไม่มียากำจัดเชื้อไวรัสนี้ได้ แต่โรคนี้จะสงบลงได้เองเมื่อความต้านทานของร่างกายดีขึ้น สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ผู้ป่วยต้องประคับประคองตัวให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด ซึ่งทำได้โดย
1. พักผ่อนอย่างจริงจังในระยะแรก ๆ ตับจะทำงานน้อยลง ไม่ควรออกกำลังกายหักโหม โอกาสที่จะหายจากโรคเร็วขึ้น
2. อาหาร จะต้องกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย ควรกินอาหารพวกแป้ง เช่น ข้าวต่าง ๆ ของหวาน น้ำหวาน เพราะย่อยและดูดซึมง่ายท้องไม่อืด อาหารพวกเนื้อสัตว์กินได้ แต่ไม่ควรมีไขมันมาก ปกติผู้ป่วยมักจะเบื่ออาหาร จึงควรฝืนใจกินเพื่อได้อาหารเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ ควรงดเครื่องดื่มประเภทสุรา เบียร์อย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ตับอักเสบมากขึ้น
3. ไม่ควรซื้อยากินเอง เพราะจะเป็นอันตรายต่อตับ สำหรับยามีความสำคัญในการรักษาน้อย พวกวิตามินและยาบำรุงตับอาจใช้ได้บางส่วนเท่านั้น จึงขออย่าคิดว่าไม่ต้องพักผ่อน ไปทำงานและเล่นกีฬาตามปกติโดยหวังยาช่วยนั้น จะไม่ได้ผลเลย
การป้องกัน
โดยรักษาอนามัยส่วนบุคคลและฉีดวัคซีนป้องกัน ( ซึ่งมีเฉพาะไวรัสตับอักเสบบีเท่านั้น )
1. ระมัดระวังในการกินอาหาร ต้องเป็นอาหารที่สุกใหม่ ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ภาชนะที่ใส่สะอาด ใช้ช้อนกลาง
2. ล้างมือทุกครั้งก่อนจะกินอาหารและหลังอาหารและหลังจากออกจากห้องส้วม
3. อุจจาระ ปัสสาวะ เลือด อาเจียนของผู้ป่วย เทลงส้วมที่ถูกต้องมิดชิด
4. ถ้ามีคนในบ้านเป็น ควรแยกเสื้อผ้า ของเครื่องใช้ในระยะติดต่อโรค ( ควรปรึกษาแพทย์ )
5. ไม่ใช้ของใช้ร่วมกัน เช่น แปรงสีฟัน มีดโกน เป็นต้น
6. ในรายที่จำเป็นต้องสัมผัสโรค เช่น สามีภรรยา บุตร ผู้ดูแลผู้ป่วยควรฉีดวัคซีนป้องกันโรค ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าสมควรฉีดหรือไม่
7. ใช้ถุงยางอนามัย ทุกครั้งเมื่อมีการร่วมเพศกับผู้ที่สงสัยว่าเป็นโรคตับอักเสบ
8. หญิงตั้งครรภ์ควรมาฝากครรภ์แต่เนิ่น ๆ และเมื่ออายุครรภ์ได้ 6 เดือนขึ้นไป ควรได้รับการตรวจเลือดเพื่อหาแอนติเจนไวรัสบี เพราะอาจติดถึงบุตรได้ ขณะตั้งครรภ์, คลอด, และการเลี้ยงดุ
9. ก่อนแต่งงานควรเจาะเลือดดูว่ามีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่เพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรคไปสู่คนในครอบครัว
ตับอักเสบจากการดื่มเหล้า
พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ดื่มเหล้าอย่างน้อยวันละครึ่งขวดใหญ่ เป็นเวลานานเกิน 10 ปี สาเหตุเนื่องจากเหล้าไปลำลายเซลล์ตับโดยตรงและขาดอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบจากเหล้ามีอาการเบื่ออาหารอ่อนเพลีย 2-3 อาทิตย์ต่อมาจะเหลือง มีไข้ ปวดท้องใต้ชายโครงขวา ถ้ารุนแรง อาจจะมีอาการบวม พูดเลอะเลือน เพ้อได้
ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบจากเหล้า ต้องงดดื่มเหล้าโดยเด็ดขาดให้อาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น ถ้ากลับไปดื่มอีกตับจะอักเสบขึ้นบ่อย ๆ ทำให้เนื้อตับถูกทำลาย และในที่สุดก็จะกลายเป็นโรคตับแข็ง
ตับอักเสบจากสาเหตุอื่น
นอกจากเชื้อไวรัสตับอักเสบและเหล้าแล้ว สาเหตุอื่นที่พบได้คือจากการกินยา เช่น ยารักษาโรค ยารักษาความดัน ยาสลบ ยาถ่าย ยาชุด เป็นต้น กล่าวคือ หลังจากกินยาแล้วผู้ป่วยมีอาการคล้ายตับอักเสบทั่วไป ดังกล่าวมาแล้ว
หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อโรคของอวัยวะอื่น ๆ เช่น เป็นโรคปอดบวม เป็นโพรงหนองในส่วนของร่างกาย แล้วเชื้อโรคแพร่กระจายไปตามหลอดเลือดและไปที่ตับ
จากสารพิษ พวกสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น การผลิตน้ำมัน ผงซักฟอก ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหนู ฯลฯ
1. ตรวจเลือดซ้ำ หลังจากตรวจครั้งแรก 3 - 6 เดือน
2. งดดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และยาที่จะเป็นอันตราย
3. พักผ่อนเพียงพอ อย่าทำงานหักโหม
4. ออกกำลังกายได้ แต่ไม่ควรเล่นกีฬาที่ต้องออกแรงมากหรือกีฬาที่ต้องแข่งขัน
5. รับประทานอาหารให้เป็นเวลา ไม่ควรปล่อยให้หิวมาก
6. รักษาสุขภาพอนามัยส่วนบุคคล
7. งดสูบบุหรี่
8. งดใช้เครื่องใช้ส่วนตัวหรือของมีคมร่วมกับผู้อื่น
9. ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
10.ควรพาคู่สมรสและบุตรไปตรวจเลือด ถ้าพบว่าไม่มีภูมิคุ้มกันแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกัน
11.งดบริจาคเลือดและอวัยวะต่าง ๆ ตลอดจนน้ำอสุจิที่ใช้ผสมเทียม
12.ถ้าไปรับการตรวจรักษาหรือทำฟันควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่าเป็นโรค
13.ถ้ามีอาการผิดปกติควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเป็นระยะ ๆ
การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ที่ได้ผลมี 2 แบบคือ ชนิด 3 เข็มและ 4 เข็ม
ฉีด 3 เข็ม 2 เข็มแรกห่างกัน 1 เดือน และเข็มที่ 3ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน ( 0, 1, 6 )
ฉีด 4 เข็ม 3 เข็มแรกห่างกันเข็มละ 1 เดือน และเข็มที่ 4 ห่างจากเข็มแรก 12 เดือน ( 0, 1, 2, 12, )
การฉีดทั้งสองแบบอาจต้องฉีดซ้ำทุก 3 - 5 ปี
จากหนังสือ รายการกระจายเสียง วิทยุศึกษา เดือน ธันวาคม 2536หน้า 40 - 46
วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559
วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ปลูกผักสวนครัวกันเถอะ ( ฟักทอง Squash )
บล็อกนี้ชวนเพื่อน ๆ ปลูกฟักทองกันคะ ซึ่งปลูกได้ง่ายมากโดยใช้เมล็ดปลูกก็ขึ้นเป็นต้นได้ง่าย และสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งยอดอ่อนและผลให้เรารับประทาน มาปลูกกันคะ ไม่ว่าจะปลูกลงดินหรือปลูกในกระถางที่ขนาดใหญ่หน่อย พอโตเราก็สามารถเก็บส่วนยอดมาลวกจิ้มกับน้ำพริกได้หรือปล่อยให้ติดผลเพื่อรับประทานผลก็ดี แต่ต้องปลูกหลายต้นหน่อยนะคะปลูกต้นเดียวจะไม่ติดผลนะคะ เพราะดอกตัวผู้และดอกตัวเมียถ้าเป็นต้นเดียวกันจะบานไม่พร้อมกันนะ ทำให้ไม่ติดผลนะ
ฟักทองชื่อวิทยาศาสตร์ Cucurbita moschata Decne. ฟักทองเป็นพืชล้มลุกมีถิ่นกำเนิดแถบอเมริกากลางลำต้นเป็นเถากลมเลื้อยมีหนวดไว้ยึดเกาะมีขนอ่อนตามลำต้นและใบ ใบเป็นรูปแฉกมี 5 แฉกขนาดใหญ่ขอบใบเป็นจักรเล็ก ๆ ดอกเป็นดอกแบ่งแยกเพศ ดอกสีเหลืองขนาดใหญ่
การขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ปลูกได้กับดินร่วนให้น้ำสม่ำเสมอ ชอบแสงแดด
ประโยชน์ ปลูกเป็นพืชสวนครัวหรือปลูกเป็นอาชีพได้ ฟักทองสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลายประเภททั้งอาหารคาวและอาหารหวาน
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
เด็กกับของเล่นยุคปัจจุบัน
ปัจจุบันของเล่นสำหรับเด็กได้พัฒนารูปแบบที่แปลกและใหม่วางขายกันอยู่ทั่วไปตั้งแต่บนทางเท้าจนถึงในห้างสรรพสินค้า ซึ่งการที่จะเลือกซื้อให้เกิดประโยชน์และเหมาะสมกับวัยของเด็กนั้น ผู้ปกครองควรใส่ใจเป็นอย่างยิ่งในเรื่องนี้ เพราะของเล่นบางอย่างในปัจจุบันนี้นั้นนอกจากจะไม่ค่อยเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก และมีราคาแพงแล้ว ยังอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็กด้วย การเลือกของเล่นจึงควรพิถีพิถันตามสมควร โปรดจำไว้ว่าของเล่นที่มีกลไก ซับซ้อน แปลกใหม่และราคาสูง ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นของเล่นที่ดีเหมาะสมกับเด็ก ๆ เสมอไป
ก่อนที่เราจะช่วยกันประเมินคุณค่าของเล่นในยุคปัจจุบันว่า เด็กควรจะได้เป็นเจ้าของของเล่นอย่างไรนั้น ใคร่จะชี้ให้เห็นความจำเป็นและประโยชน์ของการเล่นโดยย่อ ดังนี้
การเล่นเป็นการงานหรือเป็นการทำงานของเด็ก ๆ เป็นการเตรียมเด็กเข้าสู่ความเป็นจริงของชีวิต ให้โอกาสเด็กได้แสวงหาความรอบรู้ต่าง ๆ รวมทั้งได้ความสนุกสนานบันเทิง หากห้ามเด็ก ๆ ไม่ให้เล่น ก็เท่ากับปิดโอกาสไม่ให้เด็กได้ทำงานไม่ได้เตรียมตัวสู่ความของชีวิตขาดความรอบรู้และไม่ได้รับความสนุกสนานผ่อนคลายเท่าที่ควร เขาอาจเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ได้ยาก ประโยชน์ของการเล่นที่พึ่งเกิดแก่เด็ก ๆ อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนก็คือ
เสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ได้แก่ กล้ามเนื้อโครงสร้างของร่างกาย เช่น แขน ขา คอ และลำตัว ช่วยให้เขาเคลื่อนไหว ยืน เดิน ผลัก ดัน วิ่ง และห้อยโหนได้แข็งแรงรวดเร็วและมั่นคง ได้แก่การเล่นหรือของเล่นประเภทที่ต้องใช้กำลังเป็นส่วนใหญ่เช่น เล่นตั้งเต วิ่งเปรี้ยว ลูกช่วงหรือกระโดดห่วงยาง
เสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก ได้แก่ กล้ามเนื้อมือและตาเป็นต้น เสริมให้เด็กเคลื่อนไหวหรือเขียนหรือสอดร้อย ถักทอ กะระยะหรือคาดคะเนต่าง ๆ กับงานละเอียดประณีตได้ดีด้วยมีทักษะของความสัมพันธ์มือ - ตา กลมกลืนกัน
เสริมพัฒนาการด้านภาษา คือเสริมทั้งในด้านการรับรู้ฟังและการโต้ตอบออกไปได้อย่างถูกต้องกับสถานการณ์ ทำให้การเล่นดำเนินต่อไปได้ และเสริมการติดต่อสัมพันธ์กับครอบครัว และผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม
เสริมพัฒนาการด้านสังคม คือเสริมด้านการรู้กฏเกณฑ์กติกาของกลุ่มหรือของเพื่อน รู้แพ้รู้ชนะ รู้จักยอม ผ่อนสั้นผ่อนยาว หรือคัดค้านไม่เห็นด้วย รู้บทบาททางสังคมของผู้คนในสังคมจากการเล่นบทบาทสมมุติ เป็นตำรวจ ผู้ร้าย หมอ คนไข้ พ่อค้า ลูกค้า หรือพ่อแม่ ลูก หากเด็กเล่นไม่เหมาะสมกลุ่มจะช่วยเสริมหรือสอนให้เขาปรับตัวเหมาะสมยิ่งขึ้น
เสริมพัฒนาการด้านการช่วยเหลือตนเอง การเล่นเสริมความสามารถในการตัดสินใจต่าง ๆ ว่าจะเล่นตามลำพังหรือเข้ากลุ่ม สู้ตามลำพังหรือระดมสู้ทั้งกลุ่มดังนี้ เป็นต้น
จากประโยชน์ของการเล่นทั้งหมดที่กล่าวมาโดยสรุปนี้ ผู้อ่านคงจะพอประเมินได้ว่าของเล่นและการเล่นของเด็ก ๆ ชนิดใดบ้างที่เสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็กได้ครบถ้วนตั้งแต่กล้ามเนื้อใหญ่เล็ก ภาษา สังคม และการช่วยเหลือตัวเอง และของเล่นชนิดใดบ้างที่เสริมพัฒนาการแต่เพียงบางด้านเท่านั้น
เพื่อให้เห็นภาพของเล่นและการเล่นชัดเจนขึ้น ทั้งสามารถจัดของเล่นมีคุณภาพให้เด็กได้อย่างเหมาะสมและประหยัดในที่นี้ใคร่จะจำแนกการเล่นและของเล่นในปัจจุบันให้พิจารณา ซึ่งนักจิตวิทยาเด็กจำแนกไว้เป็น 8 ประเภท ดังนี้
ประเภทค้นหาหรือออกแรงก้าวร้าว ได้แก่ ฟุตบอล แบดมินตัน ปืน ( ของเล่น ) เครื่องมือ และประเภทตี ทุบ ตอก ต่าง ๆ จะออกแรงทั้งนี้รวมทั้งพวกวิดีโอเกมส์และฝึกสมองทดลองปัญญาต่าง ๆ ด้วย
ประเภทบทบาทสมมุติ สมมุติเป็นแม่ค้าขายของ ตำรวจ - ผู้ร้าย หมอ / พยาบาล - คนไข้ พนักงานขับรถดับเพลิง พ่อแม่ หรือซูเปอร์แมน
ประเภทสร้างสรรค์ เด็กได้แสดงความคิดในการตกแต่ง ตัดต่อ พับ ลงสี หรือปั้น รวมทั้งประดิษฐ์ให้สอดคล้องกับสอดคล้องกับจิตนการและให้สวยงาม ได้แก่ งานวาด ลงสีปั้น และแกะสลักต่าง ๆ
ประเภทหนังสือ เป็นหนังสือบรรจุทั้งคำ ข้อความเรื่องราวพร้อมภาพ เด็กได้ความรู้ ความพอใจและได้ผ่อนคลาย ทั้งนี้รวมทั้ง ที. วี. ด้วย
ประเภทวิทยาศาสตร์และธรรมชาติ ได้แก่ ของเล่น ประเภทหินแร่ธาตุ และพืชพันธุ์ต่าง ๆ พวกแมลง สัตว์สตัฟฟ์เหมือนจริง รวมทั้งการเพาะพืชหรือการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง เช่น ปลาตู้ แมว สุนัข เป็นต้น
ประเภทดนตรี ได้แก่ เครื่องดนตรีง่าย ๆ รวมทั้งการร้องเพลง และ เล่นเทปเสียง
ประเภทบล็อก เพื่อตั้งแต่งเป็นลวดลายต่าง ๆ และ / หรือเป็นรูปร่างคน สัตว์ สิ่งของหรืออาคารสถานที่ตามตัวอย่างหรือคิดฝันขึ้นเอง
ประเภทเกมส์ เหมาะสมกับเด็กวัยอนุบาลหรือปฐมวัยเบื้องต้นเป็นเกมส์เพื่อเตรียมการอ่าน เช่น จัดกลุ่มอักษร ตัวเลข เลือกคู่เหมือนหรือแก้ปัญหาหาข้อแตกต่างหรือวนเขาวงกต
ของเล่นเหล่านี้ในปัจจุบันเป็นธรุกิจและอาศัยกระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรมที่ซับซ้อน ลงทุนสูง และมักจำหน่ายในราคาแพง บางบริษัทใช้วัสดุคุณภาพต่ำ แตกทำลายง่ายใช้สีที่เป็นพิษซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็ก ๆ ได้เพราะหาซื้อง่าย บางครั้งพ่อค้าแม่ค้านำไปเสนอขายถึงบ้านทั้งมีการลด แลก แจกแถม หรือเพิ่มลูกอมขนมเคี้ยวจูงใจอีกต่างหากด้วย ของเล่นบางอย่างเป็นที่รู้จักของเด็ก ๆ เพราะอิทธิพลของ ที. วี. และสื่อต่าง ๆ ทำให้เด็กอยากได้ด้วยอำนาจของโฆษณา โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม หากผู้ใหญ่ไม่ระมัดระวังนอกจากจะไม่เหมาะสมคุ้มค่ากับเด็ก ๆ แล้ว ยังจะแพงเกินไปและเป็นอันตรายกับเด็ก ๆ ด้วย
ใคร่ขอเชิญชวนท่านทั้งหลายลองคิดเปรียบทียบของเล่น และการเล่นปัจจุบันกับอดีตที่ท่านเคยเล่นมาเมื่อครั้งท่านยังเป็นเด็กดูก็ได้ว่าของเล่นปัจจุบันชนิดใดที่ให้ประโยชน์ครบทั้ง 5 ประการ หรือเกือบทั้งหมดดังได้กล่าวมาแล้วบ้างและท่านน่าจะเลือกอย่างนั้นให้ลูก ๆ ของท่านเล่นจะได้หรือไม่
อนึ่ง หากจะลองเปรียบเทียบของเล่นปัจจุบันกับอดีตให้ดูเป็นรูปธรรม จะเห็นชัดเจนว่า ของเล่นปัจจุบันมักมีราคาแพงเกินความจำเป็น เพราะเป็นธุรกิจและอาศัยการผลิตที่ซับซ้อน วัสดุที่ประกอบของเล่นน่าจะเป็นอันตรายมากกว่า เสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ ได้น้อยด้านกว่า
ของเล่นปัจจุบันเน้นเล่นคนเดียว เก่งคนเดียว ขาดความสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อน ตัวใครตัวมัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของชีวิตที่ดีคือต้องเอื้ออาทรต่อกัน ร่วมมือร่วมใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ของเล่นนี้ราคาแพงเจ้าของมักจะหวงแหน กลัวเพื่อนทำเสียหาย แตกหัก ทำลาย ยิ่งทำให้ขาดเพื่อนมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ของเล่นยุคปัจจุบันส่วนหนึ่งยังมีคุณค่าสำหรับเด็ก ๆ เป็นอันมากหากเรารู้จักปรับแต่งให้สอดคล้องเสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ ทุกด้าน เช่น ปรับให้เล่นกันเป็นกลุ่ม หรือเป็นหมู่ได้ ซึ่งเสริมด้านสังคมและภาษา เป็นต้น ข้อเด่นของของเล่นแบบโบราณก็คือ พ่อ แม่ หรือผู้ใหญ่ทำขึ้นได้ด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นม้าก้านกล้วย ไม้หึ่ง หรือลูกช่วง พอทำเสร็จก็ส่งให้เล่นกันเดี๋ยวนั้นเลย ความสัมพันธ์ที่อบอุ่นระหว่างพ่อแม่ - เด็กเกิดขึ้นตรงนั้นและมีคุณค่าอย่างยิ่งแถมขึ้นเป็นพิเศษจากการเล่นและของเล่นนั้น หากปรับการเล่นและของเล่นยุคปัจจุบันให้สามารถเสริมพัฒนาการของเด็กได้หลาย ๆ ด้านเหมือนในอดีต ก็จะเป็นการดีมาก
บทความเด็กกับของเล่นยุคปัจจุบันจาก สคบ.สาร จากหนังสือรายการกระจายเสียง วิทยุศึกษา ธันวาคม 2536
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




















