วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560

ความสุข 3 เวลา


สวัสดีปีใหม่กับเพื่อน ๆ ทุกนะค่ะ ขอให้มีแต่ความสุขกันทุก ๆคน บล็อกนี้ขอนำบทความดี ๆ จากวิทยุศึกษามาให้ได้อ่านกันค่ะ บทความเรื่อง ความสุข 3 เวลา ของ อิทิรา ปัทมินทร นักจิตวิทยา กองสุขภาพจิต กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ดังต่อไปนี้ค่ะ

ความสุข 3 เวลา
หนึ่งในปัจจัย 4 ที่คนเราจะขาดเสียมิได้ก็คงจะเป็นอาหารนั่นเอง การที่เราต้องดิ้นรนทำงานหาเงินอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องทั้งของตัวเองและของสมาชิกครอบครัว ที่อยู่ในความรับผิดชอบของเราเหลือจากนั้นจึงเป็นค่าใช้จ่ายเรื่องอื่น ๆ เช่น เรื่องบ้าน เรื่องเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เรื่องยารักษาโรค และเรื่องบำรุงความสุขอื่น ๆ

ท่านผู้อ่านคงเคยสังเกตเห็นว่าตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ บริเวณที่จะมีผู้คนหนาตาที่สุดก็คือซุปเปอร์มาร์เก็ตที่จำหน่ายอาหารทั้งแห้งและสดหรือไม่ก็บริเวณที่เรียกว่าฟู้ดเซ็นเตอร์ที่จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จนานาชนิด

ร้านอาหารก็มีอยู่ทุกมุมถนนแต่ละร้านมักจะขายดิบขายดีจนต้องเปิดเป็นสาขาที่ 2 ที่ 3 บางทีถึงขนาดต้องไปเปิดถึงต่างประเทศก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อย

เหล่านี้คงเป็นเรื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า อาหารการกินเป็นเรื่องสำคัญมากในชีวิตประจำวันของเรา

อาหารนอกจากจะเป็นแหล่งพลังงาน ช่วยสร้างความเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายแล้ว อาหารยังเป็นแหล่งที่ช่วยสร้างความสุขให้กับคนเราด้วย

งานเลี้ยง งานฉลองความสุขความสำเร็จต่าง ๆ จะต้องมีอาหารเป็นส่วนประกอบที่จะขาดเสียมิได้

ดังนั้น จึงอาจสรุปได้ง่าย ๆ  ว่า อาหาร การกิน และความสุขน่าจะไปกันได้ด้วยดี ถ้าเรามีอาหารกินครบวันละ 3 มื้อ เราก็น่าจะมีความสุขอย่างน้อยวันละ 3 เวลา

แต่ในความเป็นจริงแล้วมักจะไม่เป็นไปตามนั้น เพราะการดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางความเร่งรีบในปัจจุบัน ทำให้เราละเลยความสำคัญของความสุขที่น่าจะได้รับประทานอาหารไปอย่างน่าเสียดาย ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือเกิดโรคภัยต่าง ๆ เช่น โรคกระเพาะอาหารจากความเคร่งเครียด รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ปวดท้อง ท้องเสียจากอาหารผิดสำแดง บางคนก็เบื่ออาหาร ซูบผอม ในขณะที่บางคนก็รับประทานมากเกินไปจนเป็นโรคอ้วนก็มีมาก

เราจึงน่าจะหันมาให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารให้มากขึ้นอีกสักหน่อยเพื่อความสุขในแต่ละวัน โดยลองพิจารณาตามแนวทางง่าย ๆ

1. ไม่ควรรับประทานอาหาร คนเดียว ถ้าอยู่ที่ทำงานก็ควรรับประทานร่วมกันกับเพื่อนร่วมงาน ถ้าเป็นที่บ้านก็ควรรับประทานร่วมกับสมาชิกในครอบครัว การมีเพื่อนร่วมรับประทานอาหารที่ถูกใจกัน จะช่วยให้การรับประทานอาหารเป็นที่เพลิดเพลินมากขึ้น


2. ไม่ควรรีบเร่งขณะรับประทาน การรีบเคี้ยว รีบกลืนนอกจากจะเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดแล้ว ยังทำให้กระเพาะต้องทำงานหนัก ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ เวลารับประทานอาหารจึงควรละวางเรื่องงานเอาไว้ก่อน ให้เวลากับอาหารมื้อต่าง ๆ ให้มากขึ้น มากพอที่จะรับรู้รสชาติความเอร็ดอร่อยของอาหารเสียบ้าง เพราะคนเรามีลิ้นเอาไว้รับรส จึงควรเปิดโอกาสให้ลิ้นของเราได้ทำหน้าที่ของมันบ้าง

3. เลือกรับประทานอาหารที่สะอาดและมีประโยชน์ต่อร่างกายจะทำให้ร่างกายแข็งแรงถ้ารับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ อาจก่อให้เกิดทุกข์ตามมาภายหลังเช่น เป็นโรคพยาธิ ท้องเสีย เป็นบิด ฯลฯ หรือดื่มสุราเมาเป็นประจำ จะทำให้เป็นโรคกระเพาะและตับแข็ง ไม่มีความสุขแน่ ๆ

4. รับประทานอาหารให้เป็นเวลา โดยปกติคนเราจะรับประทานอาหารมื้อหลัก 3 มื้อ คือเช้า กลางวัน และเย็น กระเพาะอาหารจะเกิดความเคยชินตามเวลานั้น ๆ หากรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา จะทำให้ปวดท้อง ไม่มีความสุข หรือการรับประทานจุบจิบ รับประทานมากมื้อเกินไป ก็อาจทำให้ท้องอืดเฟ้อ โดยเฉพาะก่อนนอน ถ้ารับประทานอิ่มเกินไป อาจทำให้อึดอัด นอนไม่หลับ และอาจเกิดฝันร้ายได้ด้วย

5. จัดบรรยากาศ สิ่งแวดล้อมในห้องรับประทานอาหารให่น่าดู น่าสบายตาสบายใจ เช่นอาจจะมีแจกันดอกไม้ มีเสียงเพลงเบา ๆ คงไม่มีใครรับประทานอาหารได้อย่างมีความสุขท่ามกลางเสียงด่าทอกัน หรือสถานที่สกปรก เต็มไปด้วยแมลงวัน หรืออยู่ท่ามกลางกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นแนวทางที่จะทำให้ท่านผู้อ่านมีความสุขกับการรับประทานอาหารค่ำ ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้อาหารมีรสชาติ รับประทานได้อย่างเพลิดเพลินแล้ว ยังจะทำให้การย่อยอาหารเป็นไปด้วยดีระบบขับถ่ายก็จะพลอยดีไปด้วยสุขทั้งใจ สุขทั้งกาย

บทความ " ความสุข 3 เวลา " ของ อิทิรา ปัทมินทร นักจิตวิทยา กองสุขภาพจิต กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จากหนังสือ รายการ กระจายเสียง ของวิทยุศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ฉบับ เดือนกุมภาพันธ์ 2534หน้า 13 - 15











วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ปลูกผักสวนครัวกันเถอะ ( ตอน ผักกระสัง )




ต้นผักกระสัง ต้นเล็ก ๆ ที่ชอบขึ้นอยู่กับต้นไม้ที่เราปลูก บางครั้งก็ขึ้นในกระถางบาง นอกกระถางบางลองสังเกตดูกันนะค่ะในบริเวณกระถางต้นไม้ของเรา เขามาเองโดยที่เราไม่ได้ปลูก บล็อกนี้เรามารู้จักเขากันเถอะค่ะ

ผักกระสังชื่อวิทยาศาสตร์ Peperomia pellucida korth อยู่ในวงค์ PEREROMIAEAE ชื่อสามัญ Peperomia สามารถพบได้ทั่วไปในเขตร้อน ในประเทศไทยพบได้ทุกภาคของประเทศ
ลำต้นของผักกระสังเป็นลำต้นอวบน้ำและเปราะบาง ลำต้นมีสีเขียวอ่อน ๆ มีความสูงจากพื้นดินประมาณ 5 - 10 ซม.
ใบเป็นรูปหัวใจหนาขอบใบเรียบ
ดอกออกเป็นช่อ ดอกเป็นสีเขียวคล้ายปุ่มเล็ก ๆ เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเม็ดมักจะร่วงลงพื้นใกล้ ๆ ต้นแม่แล้วงอกใหม่ขึ้นมาเป็นต้นอ่อนเล็ก ๆ
ผักกระสังชอบดินที่มีความชุ่มชื่นและอยู่ในพื้นที่มีแสงร่ำไร ( ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะไม่ได้ปลูกเขาจะขึ้นเองตามใจชอบ  ^^ )
ประโยชน์ของผักกระสัง สามารถใช้เป็นผักสวนครัวกินกับน้ำพริกทั้งสดและแบบลวกหรือใส่ในแกงป่าและเป็นพืชสมุนไพรอีกด้วย




วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ทำไม..กลั้นปัสสาวะไม่อยู่



ผู้หญิงจำนวนไม่น้อย ประสบกับปัญหา " กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ " ซึ่งปัญหานี้มักจะเกิดกับผู้สูงอายุที่มีลูกแล้ว
การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่มักจะเกิดหลังจาก ไอ จาม หัวเราะ หรือ ยกของหนัก ในบางรายแค่เพียงอากาศหนาว หรือจุ่มมือลงในน้ำเย็นก็จะมีความรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ บางครั้งเข้าห้องน้ำไม่ทัน ก็ต้องเปรอะเปื้อนกันไปอาจจะเพียงเล็กน้อยแต่ก็ทำให้น่ารำคาญต่อผู้มีอาการนี้

อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เกิดจากความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ หรือเส้นประสาทที่เชื่อมต่อระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับท่อปัสสาวะส่วนหญิงสูงอายุที่ใกล้จะหมดรอบเดือนระดับฮอร์โมนต่าง ๆ จะลดลงทำให้ควบคุมกระเพาะปัสสาวะได้ลำบาก จึงเกิดภาวะปัสสาวะเล็ดได้

การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ถ้าเกิดขึ้นบ่อย ๆ จะทำให้ผู้เป็นเกิดปัญหาทางจิตได้ เนื่องจากไม่กล้าที่จะสังคมอายที่จะไปเปรอะเปื้อนให้คนอื่นรู้ ทำให้เก็บตัว หงุดหงิด และเครียดได้

การแก้ปัญหานี้ด้วยตนเองทำได้ โดยการบริหารอุ้งเชิงกราน ในเวลาที่ปัสสาวะไปได้สักครู่ ผู้เป็นควรฝึกขมิบช่องคลอด เพื่อให้ปัสสาวะหยุดไหล โดยใช้กล้ามเนื้อหูรูดของทางเดินปัสสาวะ อย่าไปเกร็งขาหรือกล้ามเนื้อหน้าท้อง เพราะว่าจะทำให้ไม่ได้ผล ขมิบช่องคลอดเพื่อกลั้นปัสสาวะไว้ประมาณ 2 - 3 นาที จากนั้นก็ปล่อยให้ปัสสาวะไหลตามปกติ แล้วทำซ้ำอีก การบริหารอุ้งเชิงกรานจะช่วยให้ควบคุมการกลั้นปัสสาวะได้ดีขึ้น
หากว่ามีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่บ่อย ๆ ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องพบแพทย์

บทความ  "ทำไม กลั้นปัสสาวะไม่อยู่" เรียบเรียงโดย ทิพาพร ถาวรแก้ว โครงการการเผยแพร่ความรู้ทางวิทยุ มูลนิธิหมอชาวบ้าน ในหนังสือรายการกระจายเสียง วิทยุศึกษา เดือน มกราคม 2536  หน้า 44-45
ขอบคุณบทความดี ๆ จากวิทยุศึกษาค่ะ


วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เที่ยวงานตุ๊กตา dollpaca



บล็อกนี้พาเพื่อน ๆ เที่ยวชมงาน doll กันค่ะ คืองาน dollpaca dollprak and cafe ที่จัดขึ้นที่พาลาเดียม ประตูน้ำในวัน อาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมานะค่ะ ภายในงาน มีการออกร้านขายของที่เกี่ยวกับน้องตุ๊กตาของเรา มีวิก หลายแบบ เสื้อผ้า กางเกง และ รองเท้า และของประกอบอื่น ๆ อีกมากมาย รวมทั้งน้องตุ๊กตาด้วย เรียกว่ามางานนี้งานเดียวก็ได้ของกลับไปครบเลยค่ะ มาชม ตุ๊กตาในงานกันเถอะค่ะ



























วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ปลูกผักสวนครัวกันเถอะ ( กระเจี๊ยบเขียว )


บล็อกนี้มาชวนเพื่อน ๆ ปลูกกระเจี๊ยบเขียวกัน ปลูกง่ายและอยู่ได้นานแค่หนึ่งหรือสองต้น ในกระถางนะค่ะ หรือลงแปลงค่ะ ดอกก็ยังสวยอีกด้วยนะค่ะ

กระเจี๊ยบเขียว ( Okra ) ชื่อวิทยาศาสตร์ Abelmoschus esculentus ( L. ) Moench. วงศ์ Malvaceae ถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันตก
ลำต้นมีสีเขียวอ่อนมีขนคลุมทั่วต้น ลำต้นสูง 1 - 2 เมตร
ใบเป็นใบเดี่ยว เป็นแฉกปลายใบแหลม
ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลือง ดอกออกตามซอกใบไล่จากล่างขึ้นบน
ฝักเป็นแท่งมีสันที่เป็นเหลี่ยมรอบ 5 เหลี่ยมปลายฝักแหลมเมื่อแก่ฝักจะแตกออกทำให้เมล็ดแก่แตกออกมา
การปลูกกับดินร่วนชอบแสงแดดตลอดวัน ปลูกได้ในกระถางหรือลงแปลง
ประโยชน์ ปลูกเป็นพืชสวนครัวและปลูกไว้เพื่อจำหน่ายได้ ใช้ฝักอ่อนเป็นผักเครื่องจิ้มกับน้ำพริกหรือใช้แกง เช่น แกงส้ม เป็นต้น